ธนาคารน้ำใต้ดิน ศาสตร์พระราชาในการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชน

ธนาคารน้ำใต้ดิน ศาสตร์พระราชาในการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชน

ธนาคารน้ำใต้ดิน ศาสตร์พระราชาในการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชน

ธนาคารน้ำใต้ดินคือ ปลายทาง ที่ครัวเรือนจะร่วมกันอนุรักษ์น้ำ ไว้ใช้ และให้น้ำซึมลงดิน แต่ภาพใหญ่ ในองค์รวม เราก็ต้องพลักดัน ให้ทำและต่อเนื่องทุกชุมชน เพื่อฟื้นระบบนิเวศน์คืนกลับมาตามกำลังชุมชน ใน 3 เรื่อง เบื้องต้นคือ
– ดิน…ดินต้องมีชีวิต สร้างให้ดินมีจุลินทรีย์ มีอินทรีย์วัตถุ มีโพรงอากาศ ลด ละ เลิก เคมี ทำร้ายดิน เพื่อให้ดินอุ้มน้ำ อนุรักษ์น้ำ ตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ให้เป็นดินเกษตรที่ยั่งยืน
– น้ำ… ต้องมีชีวิต ต้องอนุรักษ์น้ำ ใน 4 มิติ น้ำผิวดิน น้ำในต้นไม้ น้ำในดิน และน้ำใต้ดิน โดยผิวน้ำ สร้างฟื้นคืนให้มีวังน้ำตามธรรมชาติ กลับคืนมา ซึ่งสามารถดักตะกอนดิน อินทรีย์วัตถุ ในรูปแบบ แก้มลิงธรรมชาติ ที่สามารถกักเก็บน้ำในชุมชนให้นาน และชลอน้ำ กักน้ำในหน้าแล้ง เพื่อการซึม 2 ฝั่งคลอง กระจายไปรอบๆ รัศมี 360 องศา ส่งไปยังแปลงเกษตร ไร่ นา สวน ชาวบ้าน ด้วย ฝายมีชีวิต ที่ชุมชนพึ่งพาตนเองเรื่องน้ำได้
– ป่า… ส่งเสริมให้ปลูกป่า ในลักษณะ ป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง ที่ชาวบ้านสามารถพึ่งพาตนเอง จากที่ทำกิน ทั้งป่าใช้สอย ป่ากินได้ ป่าเศรษฐกิจ และเน้นให้ ป่าอนุรักษ์ดิน และอนุรักษ์น้ำ ให้ป่าครบ 9 ชั้น ไม้เรือนยอดต่างๆ สร้างสังคมพืช เพื่อให้มีแหล่งต้นน้ำกระจายทั่วชุมชน

ธนาคารน้ำใต้ดิน ก็เป็นปลายทาง ให้น้ำลงไปในดิน ซึม แผ่กระจายเป็น Network ใต้ดิน ในจุดที่เป็นจุดรวมน้ำ ในชุมชน หรือ ที่ลุ่ม น้ำขัง และแล้งน้ำ ในรอบๆ บ้านเรือนอาศัย ในสวนยาง สวนไม้ผล ต่างๆ เพื่อเอาน้ำที่ท่วมไม่ได้ใช้ ให้ซึมลงดิน ไว้ให้ต้นไม้อุ้มน้ำในหน้าแล้ง ส่งผลต่อความชื่น ในชั้นดินอ่อน ชั้นดินเหนียว ที่เป็นระดับของบ่อน้ำตื้น ในระบบครัวเรือน ทุกครัวเรือน

ในภาคส่วนขององค์กรท้องถิ่น ให้จัดการ ธนาคารน้ำใต้ดิน ระบบเปิด หมายถึงไม่ใช่ไปเปิดหน้าดินเพิ่ม ไปขุดสระเพิ่ม แต่ให้ ประยุกต์ แก้มลิง ที่มี แอ่งน้ำที่มีเดิม เพียงเพิ่มสะดือ ในบางจุดของแอ่งน้ำ สระน้ำนั้น ให้มีความลึกถึงชั้นหินอุ้มน้ำ ทรายอุ้มน้ำ ตามภูมิสังคม นั้นๆ เพื่อให้ชุมชนมีน้ำใช้ตลอดทั้งปี

ที่สำคัญจะต้องไม่ลืมต้นน้ำ คือ การเพิ่มพื้นที่ป่า ปลูกป่า ให้มากขึ้น เพื่อทำให้เกิดความสมดุลย์ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ (จากนภา ผ่านภูผา สู่มหนที) และช่วยกันส่งเสริมให้ความรู้ชุมชน ในการจัดการ ดิน น้ำ ป่า สิ่งแวดล้อม พลังงานทดแทน นำสู่เกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ในชุมชน นั้นคือการเกิดสัมมาชีพในชุมชนที่สมดุลย์กับธรรมชาติ เอื้อต่อกันกับธรรมชาติ พึ่งพากันตามธรรมชาติ

โดยสรุป คือ การจัดการพัฒนา “คน” ให้มีจิตสำนึก ในการจัดการทรัพยากรชุมชนที่ตนอยู่ ร่วมสร้างสรรค์ ร่วมเครือข่ายเพื่อจัดการทรัพยากรชุมชน อย่างยั่งยืน

เรียนรู้ไปด้วยกันกับเรา…ศูนย์เรียนรู้กสิกรรมไทยบ้านภูลิตา อ. รัตภูมิ จ. สงขลา